ลองนึกภาพว่าคุณกำลังจะเข้าร่วมการประชุมทีมที่สำคัญ แต่ จู่ๆ ก็ มีข้อผิดพลาด "ตรวจสอบเวอร์ชัน" ของ Microsoft Teamsปรากฏขึ้นมา ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก 😩 อย่าตกใจ! ปัญหาทั่วไปนี้มักเกิดจากไฟล์ที่ล้าสมัย แคชสะสม หรือปัญหาเครือข่าย คู่มือของเราจะนำเสนอวิธีแก้ไขที่รวดเร็วและเชื่อถือได้เพื่อให้คุณกลับมาใช้งานออนไลน์ได้ทันที ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ แล้วคุณจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดข้อผิดพลาด "ตรวจสอบเวอร์ชัน" ใน Microsoft Teams ?
ข้อผิดพลาดนี้มักปรากฏขึ้นเมื่อ Teams ไม่สามารถตรวจสอบเวอร์ชันระหว่างการเปิดใช้งานหรือการอัปเดต สาเหตุหลักได้แก่:
- ไฟล์แคชหรือไฟล์ชั่วคราวเสียหาย
- การติดตั้งแอปพลิเคชันที่ล้าสมัยหรือไม่สมบูรณ์
- การรบกวนจากเครือข่าย/พร็อกซี
- การอัปเดต Windows ที่ขัดแย้งกัน หรือการบล็อกของโปรแกรมป้องกันไวรัส
เห็นแบบนี้ไหม? ถ้าเห็นถูกต้องแล้ว มาเริ่มแก้ไขกันเลย เริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุด 👍
🛠️ วิธีที่ 1: บังคับอัปเดตMicrosoft Teams
โดยปกติแล้วโปรแกรม Teams จะตรวจสอบเวอร์ชันโดยอัตโนมัติ แต่การตรวจสอบด้วยตนเองจะช่วยได้มาก
- เปิดMicrosoft Teams > คลิกไอคอนโปรไฟล์ของคุณ > ตรวจสอบการอัปเดต
- หากไม่พบเวอร์ชันปัจจุบัน โปรดดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ
- ติดตั้งและรีสตาร์ท เสร็จภายใน 2 นาที!
เคล็ดลับมือโปร: ใช้เวอร์ชันเว็บที่ teams.microsoft.com เป็นวิธีแก้ปัญหาชั่วคราวอย่างรวดเร็ว ✨
🧹 วิธีที่ 2: ล้างแคชของ Teams (วิธีแก้ไขที่มีประสิทธิภาพที่สุด!)
ความเสียหายของแคชเป็นสาเหตุของข้อผิดพลาดเหล่านี้ถึง 70% การล้างแคชจะรีเซ็ตทุกอย่างโดยไม่สูญเสียข้อมูล
| แพลตฟอร์ม |
ขั้นตอนการล้างแคช |
| วินโดวส์ |
1. ปิดโปรแกรม Teams (โดยใช้ Task Manager)
2. ไปที่ %appdata%\Microsoft\Teams
3. ลบเนื้อหาในโฟลเดอร์ต่อไปนี้: blob_storage, Cache, databases, GPUCache, IndexedDB, Local Storage, tmp
4. เริ่มโปรแกรม Teams ใหม่
|
| แม็ค |
1. ปิดโปรแกรม Teams
2. ไปที่ ~/Library/Application Support/Microsoft/Teams
3. ลบโฟลเดอร์ที่คล้ายกับด้านบน
4. เปิดโปรแกรม Teams อีกครั้ง
|
ผู้ใช้รายงานว่าประสบความสำเร็จถึง 90% หากปัญหายังคงอยู่ โปรดอ่านต่อ! 🔄
🔄 วิธีที่ 3: เริ่มบริการที่จำเป็นใหม่และแก้ไขปัญหา
บางครั้ง บริการที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอาจเกิดความผิดพลาด
- กดปุ่ม Win + R > พิมพ์
services.msc> รีสตาร์ท "Microsoft Teams Provisioning Service" และ "Teams Updater"
- เรียกใช้เครื่องมือแก้ไขปัญหาของ Windows: การตั้งค่า > การอัปเดตและความปลอดภัย > แก้ไขปัญหา > เครื่องมือแก้ไขปัญหาเพิ่มเติม > แอป Windows Store
- ปิดโปรแกรมป้องกันไวรัสชั่วคราว (เช่น Windows Defender โปรแกรมป้องกันแบบเรียลไทม์) แล้วทดสอบดู
สำหรับปัญหาเกี่ยวกับพร็อกซี: การตั้งค่า > ทั่วไป > ปิดใช้งาน "ใช้พร็อกซีของระบบ"
🔧 วิธีที่ 4: ติดตั้งMicrosoft Teams ใหม่ทั้งหมด
วิธีสุดท้ายสำหรับกรณีที่แก้ไขยาก – แต่ได้ผลดีเยี่ยม
- ถอนการติดตั้งผ่าน การตั้งค่า > แอป > Microsoft Teams > ถอนการติดตั้ง
- ลบโฟลเดอร์ที่เหลืออยู่: %appdata%\Microsoft\Teams และ %localappdata%\Microsoft\Teams
- ดาวน์โหลดโปรแกรมจากMicrosoft อีกครั้ง และติดตั้งใหม่ทั้งหมด
- เข้าสู่ระบบ – แก้ไขข้อผิดพลาดแล้ว! 🎉
วิธีแก้ไขขั้นสูงสำหรับข้อผิดพลาด "ตรวจสอบเวอร์ชัน" ใน Persistent Teams
หากวิธีพื้นฐานไม่ได้ผล:
- การแก้ไขรีจิสทรี (สำหรับผู้ใช้ Windows ระดับสูงเท่านั้น): เรียกใช้ regedit > ไปที่ HKEY_CURRENT_USER\SOFTWARE\Microsoft\Office\Teams > ลบ "PreventFirstRunVNext" หากมีอยู่ โปรดสำรองข้อมูลก่อน!
- รีเซ็ตเครือข่าย : พร้อมท์คำสั่ง (ผู้ดูแลระบบ) >>
netsh int ip resetรีสตาร์ทพีซี
- ตรวจสอบเครื่องมือแก้ไขปัญหาอย่างเป็นทางการของ Microsoftสำหรับกรณีพิเศษต่างๆ
| วิธีแก้ไข |
อัตราความสำเร็จ |
ระยะเวลาที่ใช้ |
| ล้างแคช |
⭐⭐⭐⭐⭐ 90% |
2 นาที |
| อัปเดต/ติดตั้งใหม่ |
⭐⭐⭐⭐ 80% |
5-10 นาที |
| การให้บริการเริ่มใหม่อีกครั้ง |
⭐⭐⭐ 70% |
3 นาที |
ป้องกัน ข้อผิด พลาดในการตรวจสอบเวอร์ชันของ Microsoft Teams ในอนาคต
ก้าวล้ำนำหน้าเสมอ:
- เปิดใช้งานการอัปเดตอัตโนมัติในการตั้งค่า Teams
- ควรล้างแคชเป็นประจำทุกเดือน 🧼
- ใช้ Teams เวอร์ชันเว็บสำหรับการประชุมที่สำคัญเป็นตัวสำรอง
- หมั่นอัปเดต Windows ผ่านทางเมนูการตั้งค่า
แก้ไขได้แล้วใช่ไหม? แชร์ความสำเร็จของคุณในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างได้เลย! 👇 หากยังมีปัญหาอยู่ โปรดแจ้งรายละเอียด เราพร้อมให้ความช่วยเหลือ ประสบการณ์การใช้งาน Teams ที่ราบรื่นของคุณกำลังรออยู่ 🚀