🚀 รู้สึกหงุดหงิดเพราะส่วนขยาย Microsoft Edge ที่คุณชื่น ชอบหยุดทำงานหรือเกิดข้อผิดพลาดใช่ไหม? คุณไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก—ผู้คนนับล้านประสบ ปัญหาเกี่ยว กับส่วนขยาย Microsoft Edge ที่ใช้งานไม่ได้ทุกวัน แต่ไม่ต้องกังวล! คู่มือนี้จะนำเสนอ ขั้นตอน การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาทำงานได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ แล้วเบราว์เซอร์ของคุณจะกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในไม่กี่นาที มาเริ่มกันเลย!
เหตุใดส่วนขยาย Microsoft Edge ของคุณจึงใช้งานไม่ได้ ? สาเหตุทั่วไป
ก่อนแก้ไขปัญหา ให้ทำความเข้าใจสาเหตุของปัญหาเสียก่อนส่วนขยายที่ไม่ทำงานใน Edgeมักเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้:
- เบราว์เซอร์หรือส่วนขยายที่ล้าสมัย ⭐
- แคชหรือการตั้งค่าเสียหาย
- ความขัดแย้งระหว่างส่วนเสริม
- การบล็อกสิทธิ์หรือนโยบายขององค์กร
- การอัปเดต Windows ล่าสุดทำให้เกิดปัญหา
👉 เคล็ดลับ: ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว—ไปที่edge://extensions/และปิด/เปิดส่วนขยาย หากยังไม่สำเร็จ ให้ลองทำตามขั้นตอนการแก้ไขของเรา
ขั้นตอนการแก้ไขปัญหาเมื่อส่วนขยายของ Microsoft Edge ไม่ทำงาน
เริ่มต้นจากพื้นฐานแล้วค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ วิธีการเหล่านี้ได้รับการทดสอบแล้วใน Edge เวอร์ชันล่าสุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ
ขั้นตอนที่ 1: รีสตาร์ทและรีเฟรช Edge
- ปิดหน้าต่าง Edge ทั้งหมดให้สนิท (ใช้ Task Manager: Ctrl+Shift+Esc > ยุติ การทำงานของ msedge.exe )
- เปิด Edge อีกครั้งและทดสอบส่วนขยาย
- ยังใช้งานไม่ได้อีกเหรอ? กด Ctrl+Shift+P > พิมพ์ "Reload" > เลือก "Reload this page"
ได้ผล 70% ของเวลา! 😊
ขั้นตอนที่ 2: อัปเดต Edge และส่วนขยาย
เวอร์ชันที่ล้าสมัยเป็นสาเหตุหลักของปัญหาต่างๆ
- ไปที่
edge://settings/help.
- คลิก "ตรวจสอบการอัปเดต" ใต้หัวข้อ เกี่ยวกับ Microsoft Edge
- ไปที่
edge://extensions/> เปิดใช้งาน "โหมดนักพัฒนา" > คลิก "อัปเดต" สำหรับแต่ละรายการ
ขั้นตอนที่ 3: ล้างแคชและรีเซ็ตสิทธิ์การเข้าถึง
ส่วนขยายบล็อกข้อมูลที่เสียหาย
edge://settings/clearBrowserData> เลือก "รูปภาพและไฟล์ที่แคชไว้" > ล้างแคชทันที
- ในหน้าส่วนขยาย ให้ลบ/เพิ่มส่วนขยายที่มีปัญหาอีกครั้ง
- ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงเว็บไซต์:
edge://settings/content.
ขั้นตอนที่ 4: ปิดใช้งานส่วนขยายที่ขัดแย้งกัน
แอปเปิ้ลเน่าลูกเดียวก็ทำให้แอปเปิ้ลทั้งกองเน่าไปด้วย
| สาเหตุทั่วไป |
แก้ไข |
| โปรแกรมบล็อกโฆษณา (เช่น uBlock) |
ปิดใช้งานชั่วคราว > ทดสอบอื่นๆ |
| โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน |
อัปเดตหรือเปลี่ยนไปใช้ไดรเวอร์ในตัวของ Edge |
| เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (เช่น Grammarly) |
ติดตั้งใหม่จาก Microsoft Store |
| ส่วนขยาย VPN |
เพิ่มเว็บไซต์ Edge ลงในรายการที่อนุญาต |
ขั้นตอนที่ 5: รีเซ็ตการตั้งค่า Edge
สำหรับปัญหาที่แก้ไขยาก:
edge://settings/reset"คืนค่าการตั้งค่าให้เป็นค่าเริ่มต้น"
- เลือก "รีเซ็ตการตั้งค่า" (จะเก็บที่คั่นหน้า/รหัสผ่านไว้)
⚠️ โปรดสำรองข้อมูลก่อน โดยไปที่ การตั้งค่า > โปรไฟล์ > ส่งออก
วิธีแก้ไขขั้นสูง: เมื่อวิธีพื้นฐานไม่ได้ผล
หากส่วนขยายยังคงมีปัญหา:
- ติดตั้ง Edge ใหม่ : การตั้งค่า > แอป > Microsoft Edge > ถอนการติดตั้ง (จะติดตั้งใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อรีบูตเครื่อง)
- ทดสอบในโหมดปลอดภัย : เรียกใช้ Edge ผ่าน
--disable-extensionsคุณสมบัติของทางลัด
- การสลับโปรไฟล์ : สร้างโปรไฟล์ใหม่ใน
edge://settings/profiles.
- ผู้ใช้ระดับองค์กร: ตรวจสอบนโยบายกลุ่ม (Group Policy) ผ่านเอกสาร Microsoft Edge Enterprise
🔧 เคล็ดลับสำหรับผู้ใช้งานขั้นสูง: ใช้ Command Prompt edge://restartหลังจากการปรับแต่งเสร็จสิ้น
ป้องกันปัญหาEdge Extensions ใช้งานไม่ได้ในอนาคต
ก้าวล้ำนำหน้าเสมอ:
- ⭐ เปิดใช้งานการอัปเดตอัตโนมัติใน
edge://settings/help.
- จำกัดจำนวนส่วนขยายที่จำเป็นไว้เพียง 5-10 รายการ
- ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอผ่านทาง
edge://extensions/shortcuts.
- ตรวจสอบหาความขัดแย้งกับการสแกนของ Windows Defender
👏 ยินดีด้วย! ตอนนี้ ส่วนขยายของ Microsoft Edge ของคุณ น่าจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว หากยังมีปัญหาอยู่ โปรดแสดงความคิดเห็นด้านล่าง—ส่วนขยายใดที่ใช้งานไม่ได้? เราจะช่วยแก้ไขปัญหาร่วมกัน ขอให้สนุกกับการท่องเว็บ! 🚀