คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานช้าลงเพราะฟีเจอร์ Startup Boost ของ Microsoft Edge ทำให้การใช้งานดิสก์สูงใช่ไหม? คุณไม่ได้อยู่คนเดียว! ฟีเจอร์ที่แอบแฝงนี้ ออกแบบมาเพื่อเปิด Edge ได้อย่างรวดเร็ว แต่กลับทำให้การใช้งานดิสก์พุ่งสูงถึง 100% ส่งผลให้ทุกอย่างช้าลง 😩 ไม่ต้องกังวลไป คู่มือนี้จะนำเสนอวิธีแก้ไขที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อเรียกคืนความเร็วของระบบของคุณ ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ แล้วคุณจะสามารถท่องเว็บได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง ไปเริ่มกันเลย!
Microsoft Edge Startup Boostคืออะไรและทำไมจึงเกิดปัญหาเรื่องการใช้งานดิสก์สูง?
Microsoft Edge Startup Boostจะโหลดเบราว์เซอร์ลงในหน่วยความจำล่วงหน้าเมื่อ Windows เริ่มทำงาน ทำให้เปิดใช้งานได้ทันที ฟังดูดีใช่ไหม? แต่จริงๆ แล้วมันกินพื้นที่ดิสก์ของคุณมากโดยการอ่าน/เขียนไฟล์ในพื้นหลังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฮาร์ดดิสก์แบบ HDD หรือ SSD ที่ทำงานช้า การอัปเดตล่าสุดยิ่งทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้น เปลี่ยนเครื่องมือที่มีประโยชน์ให้กลายเป็นตัวทำลายประสิทธิภาพการทำงานไปเสียแล้ว
อาการทั่วไป:
- การใช้งานดิสก์พุ่งสูงถึง 100% ขณะบูตเครื่องหรือเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
- คอมพิวเตอร์ตอบสนองช้า แอปพลิเคชันทำงานหน่วง
- การใช้งาน CPU สูงควบคู่ไปกับการหมุนเวียนดิสก์จากกระบวนการ Edge
พร้อมแก้ไขแล้วหรือยัง? ⭐ เริ่มต้นด้วยวิธีที่เร็วที่สุด
1️⃣ วิธีแก้ไขด่วน: ปิดใช้งาน Startup Boostในการตั้งค่า Edge
วิธีแก้ปัญหาการใช้ดิสก์สูงของ Startup Boost ใน Microsoft Edgeอันดับ 1 คือการปิดใช้งานฟังก์ชันนี้ สามารถย้อนกลับได้และใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที!
- เปิดโปรแกรมMicrosoft Edge
- คลิกจุดสามจุด (⋮) > การตั้งค่า
- ไปที่ระบบและประสิทธิภาพ
- ปิดใช้งานStartup Boost
- รีสตาร์ทพีซีของคุณ แค่นั้นเอง – การใช้งานดิสก์ก็จะลดลง!
เคล็ดลับมือโปร: ถ้าตัวเลือกนั้นเป็นสีเทา ให้ตรวจสอบ Group Policy ก่อน ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเห็นผลทันที – คอมพิวเตอร์ของคุณจะขอบคุณคุณ! 👍
2️⃣ อัปเดตMicrosoft Edgeเป็นเวอร์ชันล่าสุด
Edge เวอร์ชันเก่าทำให้การใช้งานดิสก์สูง ขึ้น ไมโครซอฟต์จึงออกแพทช์แก้ไขเป็นประจำ
- ใน Edge ให้ไปที่การตั้งค่า > เกี่ยวกับ Microsoft Edge
- ระบบจะตรวจสอบและติดตั้งการอัปเดตโดยอัตโนมัติ
- รีสตาร์ท Edge และพีซีของคุณ
เวอร์ชันล่าสุดได้ปรับปรุง Startup Boost เพื่อลดการใช้พื้นที่ดิสก์ ควรใช้งานเวอร์ชันเสถียรล่าสุดเสมอเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
3️⃣ ใช้ Task Manager เพื่อยุติกระบวนการทำงานของ Edge
สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า:
| ขั้นตอน | การกระทำ | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
| 1 | Ctrl + Shift + Esc → แท็บกระบวนการ | Spot Edge ประมวลผลดิสก์สำหรับรับประทานอาหาร |
| 2 | คลิกขวา → ยุติการทำงานของโปรแกรม (msedge.exe เป็นต้น) | ปริมาณการใช้งานดิสก์ลดลงอย่างมาก |
| 3 | ป้องกันการเริ่มต้นอัตโนมัติ: แท็บแอปเริ่มต้น → ปิดใช้งาน Edge | ไม่มีการเพิ่มขึ้นของราคาอย่างไม่คาดคิดอีกต่อไป |
วิธีนี้ช่วยให้คุณมีเวลาในการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร ได้ผลเร็ว! 🚀
4️⃣ การแก้ไขปัญหาดิสก์ทำงานหนัก ขั้นสูง : การปรับแต่งนโยบายกลุ่มและรีจิสทรี
หากการตั้งค่าไม่คงอยู่ (เช่น การตั้งค่าระดับองค์กร หรือกรณีที่แก้ไขยาก):
วิธีการใช้ Group Policy (Windows Pro/Enterprise)
- กดปุ่ม Win + R →
gpedit.msc.
- ไปที่: การกำหนดค่าคอมพิวเตอร์ > เทมเพลตการดูแลระบบ > Microsoft Edge > Startup Boost
- ตั้งค่าStartupBoostEnabledเป็นDisabled
- เรียกใช้
gpupdate /forceคำสั่งใน Command Prompt (ในฐานะผู้ดูแลระบบ)
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบคู่มืออย่างเป็นทางการของ Microsoft: นโยบายของ Microsoft Edge
การแก้ไขรีจิสทรี (Windows ทุกเวอร์ชัน – โปรดใช้ความระมัดระวัง!)
- กดปุ่ม Win + R →
regedit.
- ไปที่
HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Policies\Microsoft\Edge.
- สร้างค่า DWORD: StartupBoostEnabled = 0.
- เริ่มใหม่
⚠️ โปรดสำรองข้อมูลรีจิสทรีไว้ก่อน การแก้ไขที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดปัญหาได้
5️⃣ ทำความสะอาดขอบและระบบเพื่อการบรรเทาอาการในระยะยาว
อย่าหยุดแค่การปิดใช้งาน – ปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีก:
- ล้างแคชของ Edge:การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว > ล้างข้อมูลการท่องเว็บ (รูปภาพ/ไฟล์ที่แคชไว้)
- รีเซ็ต Edge:การตั้งค่า > รีเซ็ตการตั้งค่า > คืนค่าเป็นการตั้งค่าเริ่มต้น
- การล้างดิสก์:ค้นหา "การล้างดิสก์" → เลือกไดรฟ์ C: → ล้างไฟล์ระบบ
- สแกนหาไวรัสหรือมัลแวร์:ใช้โปรแกรม Windows Defender สแกนแบบเต็ม
- เปลี่ยนมาใช้ SSD ถ้ายังใช้ HDD อยู่ – จะช่วยให้ใช้งานฟีเจอร์ที่ใช้ดิสก์หนักๆ ได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
เคล็ดลับการป้องกัน: หลีก เลี่ยง การใช้งานดิสก์สูงอย่างต่อเนื่อง
หลังจากแก้ไขเสร็จแล้ว:
- จำกัดจำนวนแอปที่เริ่มต้นทำงานเมื่อเริ่มต้นระบบใน Task Manager
- เปิดใช้งาน Storage Sense: การตั้งค่า > ระบบ > ที่เก็บข้อมูล
- ตรวจสอบด้วย Resource Monitor เพื่อตรวจจับกระบวนการที่ทำงานผิดปกติ
- พิจารณาแฟล็ก Edge:
edge://flags/#edge-startup-boost→ ปิดใช้งาน
ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้Microsoft Edgeทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คอมพิวเตอร์ของคุณจะรู้สึกเหมือนใหม่!
ยังแก้ปัญหาไม่ได้ใช่ไหม? ขั้นตอนการแก้ไขปัญหาขั้นสุดท้าย
หากยังคงเกิดการกระชากของดิสก์อย่างต่อเนื่อง:
- ติดตั้ง Edge ใหม่: การตั้งค่า > แอป > Microsoft Edge > ถอนการติดตั้ง (ติดตั้งใหม่ผ่าน Microsoft Store)
- ตรวจสอบไดรเวอร์: อัปเดตชิปเซ็ต/หน่วยเก็บข้อมูลผ่านทางตัวจัดการอุปกรณ์
- ใช้คำสั่ง SFC /scannow ใน Command Prompt ในโหมดผู้ดูแลระบบ
99% ของผู้ใช้แก้ไขปัญหาได้ด้วยขั้นตอนที่ 1-3 แชร์ผลลัพธ์ของคุณในช่องแสดงความคิดเห็นได้เลย – เราพร้อมให้ความช่วยเหลือ! 👏
ขอแสดงความยินดี! คุณได้แก้ไข ปัญหาการใช้งาน ดิสก์สูงของ Microsoft Edge Startup Boost เรียบร้อย แล้ว การท่องเว็บจะเร็วขึ้นกว่าเดิม บันทึกหน้านี้ไว้สำหรับใช้ในภายหลัง – ขอให้สนุกกับการใช้งานคอมพิวเตอร์! 🌟