การเจอปัญหาError Code 403 Forbiddenใน Microsoft Edge อาจทำให้หงุดหงิดได้ เพราะมันปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่คุณต้องการ 😩 ไม่ต้องกังวล! รหัสสถานะ HTTP ทั่วไปนี้หมายความว่าเซิร์ฟเวอร์เข้าใจคำขอของคุณ แต่ปฏิเสธที่จะอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาแคชผิดพลาดง่ายๆ หรือปัญหาเรื่องสิทธิ์ที่ซับซ้อนกว่านั้น คู่มือของเรามีวิธีแก้ไขอย่างรวดเร็วสำหรับ Error Code 403 Forbidden ใน Microsoft Edgeทำตามขั้นตอนเหล่านี้ แล้วคุณจะกลับมาใช้งานออนไลน์ได้ภายในไม่กี่นาที มาเริ่มกันเลย!
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดรหัสข้อผิดพลาด 403 Forbiddenใน Microsoft Edge?
การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง นี่คือรายละเอียดโดยย่อ:
| 🚫 สาเหตุทั่วไป |
อาการ |
ตัวบ่งชี้ด่วน |
| แคช/คุกกี้เสียหาย |
เกิดข้อผิดพลาดเฉพาะในบางเว็บไซต์เท่านั้น |
✅ ล้างข้อมูลหลังจากล้างแคช |
| ส่วนขยายที่มีปัญหา |
บล็อกแบบไม่ต่อเนื่อง |
✅ โหมดไม่ระบุตัวตนใช้งานได้ |
| เบราว์เซอร์ Edge รุ่นเก่า |
ส่งผลกระทบต่อหลายเว็บไซต์ |
✅ การอัปเดตแก้ไขปัญหาแล้ว |
| ไฟร์วอลล์/โปรแกรมป้องกันไวรัสบล็อก |
เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน |
✅ ปิดใช้งานชั่วคราว |
| สิทธิ์การเข้าถึงฝั่งเซิร์ฟเวอร์ |
ทุกคนที่ได้รับผลกระทบ |
❌ รอสักครู่หรือติดต่อเว็บไซต์ |
เคล็ดลับมือโปร: เริ่มจากวิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุดก่อน เพราะสามารถแก้ปัญหาได้ถึง 80% พร้อมที่จะเริ่มแก้ไขปัญหาแล้วหรือยัง? 👍
วิธีแก้ไข ข้อผิดพลาดรหัส 403 Forbiddenใน Microsoft Edge ทีละขั้นตอน
1️⃣ ล้างแคชและคุกกี้ (ขั้นตอนแรกที่เร็วที่สุด!)
ข้อมูลที่ล้าสมัยมักทำให้เกิด ข้อผิดพลาด 403 Forbidden Edgeนี่คือสาเหตุ:
- เปิดใช้งาน Microsoft Edge
- กดCtrl + Shift + Delete(หรือไปที่ การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว การค้นหา และบริการ > ล้างข้อมูลการท่องเว็บ)
- เลือก "ตลอดเวลา" และตรวจสอบช่อง "คุกกี้" และ "รูปภาพ/ไฟล์ที่แคชไว้"
- คลิก " ล้างข้อมูลตอนนี้ "
รีสตาร์ท Edge แล้วโหลดหน้าเว็บใหม่ แค่นั้นเอง! ได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์! ✨
2️⃣ ปิดใช้งานส่วนขยาย
ส่วนเสริมต่างๆ เช่น โปรแกรมบล็อกโฆษณา อาจเกิดความขัดแย้งได้ ทดสอบในโหมดไม่ระบุตัวตน:
- กดCtrl + Shift + Nเพื่อเข้าสู่โหมดไม่ระบุตัวตน
- ถ้าทำได้ ให้ปิดใช้งานส่วนขยายทีละตัวผ่านทางedge://extensions /
3️⃣ อัปเดตหรือรีเซ็ต Microsoft Edge
โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้เวอร์ชันล่าสุด:
- ไปที่edge://settings/ help
- คลิก "ตรวจสอบการอัปเดต"
- หากปัญหายังคงอยู่ ให้รีเซ็ตการตั้งค่า : การตั้งค่า > รีเซ็ตการตั้งค่า > คืนค่าเป็นการตั้งค่าเริ่มต้น
วิธีนี้ช่วยแก้ไขโปรไฟล์ที่เสียหายโดยไม่สูญเสียข้อมูล 🔧
4️⃣ ตรวจสอบไฟร์วอลล์ โปรแกรมป้องกันไวรัส และ VPN
ปิดใช้งานซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยของบุคคลที่สามชั่วคราว สำหรับ Windows Defender:
- การตั้งค่า > การอัปเดตและความปลอดภัย > ความปลอดภัยของ Windows > ไฟร์วอลล์และการป้องกันเครือข่าย
- อนุญาตให้ Edge ผ่านไฟร์วอลล์
ใช้ VPN อยู่ใช่ไหม? ลองเปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์หรือปิดใช้งานไปเลย เพราะบางเซิร์ฟเวอร์อาจบล็อกการเข้าถึง 🌐
5️⃣ เปลี่ยนการตั้งค่า DNS
ปัญหา DNS ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ทำให้เกิดข้อผิดพลาด 403 ใน Microsoft Edgeควรเปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่น่าเชื่อถือกว่า:
- คลิกขวาที่ เริ่ม > การเชื่อมต่อเครือข่าย > คุณสมบัติ (IPv4)
- ตั้งค่า DNS เป็นของ Google: 8.8.8.8 / 8.8.4.4
- ล้างแคช DNS: Command Prompt (admin) >
ipconfig /flushdns.
6️⃣ การปรับแต่งขั้นสูง: สิทธิ์การเข้าถึงและพร็อกซี
หากเป็นการตั้งค่าเฉพาะไซต์ ให้ตรวจสอบ Edge flags: edge://flags/ > ค้นหา "permissions" > รีเซ็ต
มีปัญหาเกี่ยวกับพร็อกซีใช่ไหม? ไปที่ การตั้งค่า > ระบบ > เปิดการตั้งค่าพร็อกซี > ปิดใช้งาน
ยังคงพบข้อผิดพลาดรหัส 403 Forbidden อยู่ใช่ไหม? ขั้นตอนต่อไป
ถ้าวิธีเหล่านี้ไม่ได้ผล ปัญหาอาจอยู่ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ติดต่อผู้ดูแลระบบเว็บไซต์ หรือลองใช้เบราว์เซอร์อื่นชั่วคราว สำหรับปัญหาที่ยังคงอยู่ ให้เรียกใช้เครื่องมือวินิจฉัยของฝ่ายสนับสนุน Microsoft Edge
เคล็ดลับเพิ่มเติม: เปิดใช้งานการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงในการตั้งค่า Edge เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต คุณทำได้แน่นอน! 🎉 แชร์ความสำเร็จของคุณในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่าง—การล้างแคชช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้หรือไม่?
ติดตามเคล็ดลับการใช้งานเบราว์เซอร์เพิ่มเติมได้เลย! ขอให้สนุกกับการท่องเว็บ! 🚀